โครงการที่กำลังทำ
จัดการระบบแจกแบ่งอาหาร
เป็นระยะเวลานานมาแล้วที่ปัญหาเรื่องญาติโยมที่มาวัดจัดการกับอาหารของวัดอย่างไม่สวยงาม ไม่เป็นระเบียบ ไม่ทั่วถึง แม้อาหารมีเยอะแต่คนที่เข้าถึงอาหารก่อนกลับไม่คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลัง จนทำให้อาหารไม่พอรับประทาน คณะสงฆ์พยายามทุกวิถีทางที่จะปรับปรุงแก้ไข แต่ยังแก้ปัญหาไม่ตก แสนสุขสมบูรณ์จึงขออนุญาตคณะสงฆ์เข้ามาจัดการในเรื่องนี้
ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม แสนสุขสมบูรณ์ได้ปรึกษากับคณะสงฆ์วัดบึงแสนสุข ช่วยกันจัดระเบียบการแจกแบ่งอาหารของวัดใหม่ เริ่มด้วยการให้ญาติโยมได้ใสบาตรข้าวเปล่า ก่อนที่พระสงฆ์จะเดินไปรับอาหารบนโต๊ะเสิร์ฟ พร้อมกับให้ญาติโยมถือภาชนะที่ใช้ใส่บาตรไว้เพื่อใช้ตักอาหารรับประทานหลังจากที่พระสงฆ์ให้พรแล้ว ก่อนที่พระสงฆ์จะให้พรจะมีการอธิบายระเบียบใหม่ๆ ของวัด ว่าไม่อนุญาติให้นำอาหารกลับไปบ้าน อาหารให้ตักแต่พอประมาณเป็นต้น
ในระยะเวลาสามเดือนได้ผลเป็นที่น่าประทับใจมาก ญาติโยมเข้าแถวเป็นระเบียบ ตักแบ่งอาหารแต่พอประมาณ ทำให้เกิดภาพที่สวยงามกว่าที่ผ่านมามาก แม้ปัญหาจะไม่หมดเสียทีเดียว แต่คนที่ไม่เอื้อเฟ้ือก็รู้สึกว่าจะมีความละอายขึ้นมากกว่าแต่ก่อน
ปัญหาข้อนี้ไม่ใช่ปัญหาของวัดบึงแสนสุขที่เดียว เท่าที่ทราบมาปัญหาอย่างนี้จะมีแทบทุกวัด การแก้ไขปัญหาคงต้องแก้ที่สำนึกของคนมาวัด ว่าเรามาเพื่อให้ ไม่ได้มาเพื่อเอา ซึ่งไม่ง่ายนักต่อการแก้ไข เพราะคนเริ่มเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกวัน ๆ เด็กวัดคือคนรุ่นใหม่ของวัด ทำอะไรต่างๆ เพื่อการให้วัด ให้พระศาสนา
ประหยัดไฟฟ้า หาพลังงานทดแทน เพื่อโลกที่มีมลภาวะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย
พฤษภา 52
ได้พยายามติดต่อสอบถามระบบเครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ รู้สึกว่าทางบริษัทไม่ค่อยจะสนใจเราเท่าไรนัก สาเหตุเพราะว่างบประมาณเราขาดอีกเยอะ จึงได้ปรึกษาหารือกันว่า ระหว่างการรองบประมาณนี้เราจะประหยัดไฟฟ้าด้วยการทำให้ระบบสูบน้ำของเราสูบน้ำเฉพาะกลางคืน เสริมจากการติดตั้งระบบตั้งเวลา เมื่อเดือนกันยา 51 ที่เราได้ติดตั้งระบบนี้ แต่น้ำไม่เพียงพอต่อการใช้ จึงต้องเปิดให้เครื่องสูบน้ำทำงานในเวลากลางวันด้วย ระหว่างเวลา 12:00-13:00
แสนสุขสมบูรณ์มีโครงการว่าจะเพิ่งแทงค์น้ำที่มีความจุ 3,000-4,000 ลิตร ที่หอส่งน้ำเก่าที่ใช้มาก่อนที่จะมีหอส่งน้ำปัจจุบัน ซึ่งสูงประมาณ 8 เมตร ซึ่งอยู่ข้างๆ หอส่งน้ำที่ใช้ในปัจจุบัน ได้สอบถามราคาถึงแทงค์น้ำขนาด 3,000 ลิตร ราคาก็สูงอยู่มาก จึงตั้งใจว่าจะนำแทงค์น้ำที่วัดมีอยู่แล้ว มาทดลองใช้ดูก่อน เพื่อหาข้อดีข้อเสีย ก่อนที่จะลงทุนซื้อแทงค์น้ำใหม่
สุเนตรา และเพื่อนๆ ได้ส่งเงินสนับหนุนโครงการมา 10,000 บาท แสนสุขสมบูรณ์รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ต้องขออนุโมทนาบุญด้วย
กุมภา 52
หลังจากที่ได้ทำการใส่ Timer ให้กับเครื่องสูบน้ำที่วัด หากสูบเฉพาะกลางคืนตอนที่ราคาไฟฟ้าถูกน้ำจะไม่พอใช้ จึงต้องขยายเวลาการสูบน้ำในตอนกลางวันด้วย การประหยัดไฟฟ้าจึงยังทำได้ไม่เท่าที่ต้องการ จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระบบน้ำที่ใช้ในวัดบึงแสนสุข ได้ทราบโดยประมาณว่าถังส่งน้ำสูง 13 เมตร จุ 2,000 ลิตรบ่อน้ำลึก 100 เมตร วางปั๊มไว้ที่ 32 เมตร ระดับน้ำคืนตัว 20 เมตร ปั๊มสูบน้ำใช้ไฟ 3 เฟส ขนาด 3 แรง
หลังจากนั้นได้ติดต่อบริษัท Solartron เพื่อสอบถามระบบที่เหมาะสม ที่เลือกติดต่อบริษัทนี้เพราะมีสาขาที่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับคำตอบมาว่า ระบบที่เหมาะสมจะมีราคาประมาณ 400,000 บาท ซึ่งเป็นราการขนส่ง ติดตั้ง และอุปกรณ์ ซึ่งประกอบด้วย แผงโซลาร์เซล ขนาด 125 วัตต์ 16 แผง เครื่องปั๊มน้ำแบบสูบน้ำใต้ดิน 1 เครื่อง, ระบบควบคุมระบบอีกหนึ่งตัว
เมื่อเห็นว่าราคายังสูงอยู่จึงให้บริษัท เสนอระบบที่่ต่ำกว่าลงมา ลดแผงโซลาร์เซลเหลือ 8 แผง ได้ราคาประมาณป 280,000 บาทซึงก็ยังสูงอยู่ดี
ขณะเดียวกันก็ได้ติดต่อบริษัท Leonics เพื่อเปรียบเทียบราคากัน Leonics ได้ให้ราคารุ่น SPS-600 ในราคา 198,000 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสนสุขสมบูรณ์เห็นว่าเหมาะสมดี แต่ราคาก็ยังสูงอยู่ดี

ระบบการสูบน้ำจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่แสนสุขสนใจ ผังภาพจาก Leonics

ระบบ SPS-600 สูบน้ำได้วันละ 75000 ลิตร ที่ Leonics แนะนำ
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทแนะนำว่า สถานที่ที่มีไฟฟ้าอยู่แล้วการจะติดตั้งระบบไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์จะให้ผลค้าในระยะสั้นยังไม่ได้ เพราะรัฐบาลไทยยังไม่ได้ให้ทุนสนับสนุน เหมือนยุโรปและอเมริกา
เมื่อเห็นว่าโครงการมีราคาต้นทุนที่สูงเกินกว่าที่เราเองจะทำได้ แสนสุขสมบูรณ์จึงได้เสนอแนวคิดไปยังหน่วยงานของรัฐ และมหาวิทยาลัย หลายแห่งในประเทศไทย แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับความสนใจมากนัก จึงได้ติดต่อ Dr. Derek โยมจากสวีเดนซึ่งเคยร่วมเดินป่ากันที่นรเวรย์กับหลวงอาเมื่อสองปีก่อน โยมได้ให้ความสนใจทีจะหาการสนับสนุนจากต่างประเทศให้กับโครงการ
แม้โครงการจะมีราคาสูง แต่แสนสุขสมบูรณ์ได้พิจารณาแล้วว่าโครงการจะเป็นประโยชนในระยะยาวแก่วัดบึงแสนสุข และคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าวัดเป็นแหล่งหนึ่งที่ชาวบ้านจะมาศึกษาสิ่งดีๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน โครงการนี้หากทำสำเร็จชาวบ้านก็จะได้ใช้เป็นตัวอย่างและแหล่งศึกษาเกี่ยวกับพลังงานที่สะอาด และเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม เพื่อยืดอายุโลกของเรา
กันยา 51
จากการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ได้คำแนะนำจากหลายท่าน ผู้แนะนำได้เปรียบเทียบกันระหว่างระบบของวัดอภัยคิรี ที่ใช้ระบบต่อไฟเข้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และ วัดเมตตา ที่ใช้ระบบการผลิตและดูแลไฟฟ้าเอง จึงเห็นว่าการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าแล้วต่อเข้ากับระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะเหมาะสมที่สุดสำหรับงานนี้ เพราะทางวัดจะได้ไฟที่สม่ำเสมอทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลแบตเตอรี่
หลังจากได้ค้นหาความเป็นไปได้ที่จะจัดการระบบไฟฟ้าในวัดให้ คล้ายๆ ระบบที่วัดอภัยคิรี ได้ค้นพบข้อมูลจาก ระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจาก เซลล์ลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคาอาคารศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เห็นว่ามีความใกล้เคียงมากทีสุด ปัญหายังติดตรงที่ว่าค่าใช้จ่ายในการติดตั้งยังสูงมาก อย่างไรก็ตามแสนสุขสมบูรณ์ก็มุ่งมั่นว่าจะพยายามทำให้ได้ถ้ามีทุนเพียงพอ
สิงหา 51
ศึกษาข้อมูล เกี่ยวกับเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลม ว่าระบบไหนจะเหมาะสมที่จะทดแทนระบบสูบน้ำของวัด เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในระยะยาวลดลงให้มากที่สุด และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้มากที่สุด ขณะนี้วัดจ่ายค่าไฟประมาณเดือนละ 4,000 บาท คาดว่าจะลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 3,000 บาทต่อเดือน
ติดตั้งเครื่องตั้งเวลาสำหรับเครื่องสูบน้ำ
กันยา 51
งานติดตั้งเครื่องตั้งเวลาสูบน้ำที่ตัั้งใจว่าจะให้สูบเฉพาะกลางคืนเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า ไม่สามารถที่สูบน้ำได้เพียงพอต่อการใช้งานในวัด ต้องตั้งเวลาสูบตอนกลางวันเป็นช่วงระยะสั้นๆ ซึ่งก็ช่วยประหยัดค่าไฟลงไปได้มาก
แสนสุขสมบูรณ์กำลังศึกษาความเป็นได้ที่จะติดตั้งถังน้ำสำรองเพื่อช่วยเก็บน้ำ เพื่อตัดเวลาสูบน้ำเวลากลางวันออกไป
สิงหา 51
เพื่อพยายามสูบน้ำในเวลากลางคืนให้มากที่สุดเพราะค่าไฟจะถูกว่า ค่าไฟเวลากลางวันราคาหน่วยละ 4 บาท เวลากลางคืนหน่วยละ 1 บาท ช่วงนี้อยู่ในระหว่างการทดลองว่าน้ำจะพอใช้หรือเปล่า หากไม่พอใช้จะจัดหาถังน้ำสำรองมาติดตั้งที่ฐานเก็บน้ำเก่า กำลังติดต่อให้ช่างมาดูเรื่องความมั่นคงในการรับน้ำหนัก และต้องการถัง 600-1000 ลิตรเพื่องงานนี้
หาที่อยู่ใหม่ให้หมาแมว ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มากของวัด
กันยา 51
มีญาติโยมช่วยแบ่งเบาภาระรับเลี้ยงแมวบ้างเป็นบางส่วน แต่ยังมีจำนวนหมาและแมวอีกจำนวนเยอะพอสมควร หลายคนมีความรู้สึกว่าแสนสุขสมบูรณ์ไม่รักหมารักแมว ตามความเป็นจริง และประสบการณ์ที่ต้องเลี้ยงหมาแมวจำนวนมากๆ (20-50 ตัว หรือมากว่า)แสนสุขสมบูรณ์เห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้วัดมีจำนวนสัตว์เลี้ยงมากขนาดนั้น ทั้งเป็นภาระแก่ผู้อยู่อาศัย อีกทั้งเป็นสิ่งรบกวนต่อผู้มาเยือน มาพักเป็นอันมาก หากให้เลือกก็จะเลือกตามหลักของการให้ทาน ก็จะทำบุญกับผู้ประพฤติปฏิบัติธรรมมากกว่า
หากท่านที่คิดจะนำหมาแมวมาปล่อยวัด ได้ทบทวนก่อนที่จะตัดสินใจนำไป
สิงหา 51
ประกาศให้ญาติโยมช่วยกันนำหมาแมวไปช่วยเลี้ยง เพราะที่วัดมีเยอะมากเกินไปจนดูแลไม่ไหว ทั้งเรื่องความสะอาด และสุขภาพของน้องหมา น้องแมว อีกทั้งผลกระทบต่อสุขภาพกาย และ จิต ของผู้อยู่อาศัยและแขกผู้มาเยือน หากเป็นไปได้อยากจะให้วัด ปลอดหมา ปลอดแมวเลยจะเหมาะแก่การเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง
โครงการต่อเนื่อง
กรกฏา 51
โครงการจดหมายข่าว
- เขียนจดมหมายข่าว ชื่อว่า แสนสุขสมบูรณ์ ฉบับแรก มีจุดประสงค์ที่จะออกปีละสามฉบับ คือช่วงเปลี่ยนฤดูกาลของประเทศไทย ได้แก่ กรกฏา (หน้าฝน), พฤษจิกา (หน้าหนาว) และ เมษา (หน้าร้อน)
- จดหมายข่าวจะมีทั้งที่พิมพ์ออกแจก และ online
- เพื่อให้ผู้อ่านรู้จัก แสนสุขสมบูรณ์ ในระยะเริ่มต้นนี้จะมี แสนสุขสมบูรณ์ ฉบับพิเศษ ออกมาตามเวลาที่เหมาะสม
โครงการแยกขยะ
- มิถุนา 51 เริ่มการประกาศเชิญชวน คนวัดให้แยกขยะ แนะนำวิธีการทิ้งขวดพลาสติกให้ทำด้วยการบีบขวดในทางยาวให้แบน แล้วปิดฝา แล้วนำไปทิ้งที่กล่องขยะ ที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม
- ประกาศเชิญชวนชาวบ้านให้นำขยะขายได้ไปร่วมท้ิงที่วัด
โครงการที่ตั้งใจจะทำ
- หาสถานที่ให้เป็นมุมศึกษาธรรมะของเด็กๆ
- ระบบห้องสมุดที่ดี ถวายสงฆ์ และญาติโยม
- ห้องน้ำ และทางเข้าออก อาคารต่างๆ สำหรับคนพิการ









